Home REVIEWS & SCOOPS Assassin’s Creed Syndicate [Review] Assassin’s Creed Syndicate

[คัดลอกลิงก์]
ออกตัวไว้ก่อนเลยว่าผมนั้นมิได้เป็นแฟนเดนตาย Assassin’s Creed แต่อย่างใด เพราะส่วนตัวก็ค่อนข้างมีอคติตั้งแต่เหตุการณ์สุดท้ายของ Desmond ใน Assassin’s Creed 3 แล้ว และทำให้ผมไม่สนใจอะไรใดๆใน Assassin’s Creed อีก ยิ่ง Assassin’s Creed Syndicate นี่ผมยิ่งส่ายหน้าหนีเลยตอนที่ผมเห็นเกมเพลย์ในงาน E3 2015 ที่ผ่านมา “นี่มันอะไรกัน โอ้โห มีเชือกสลิงด้วย นี่มัน Batmanใช่ไหม” พร้อมคาดการณ์ไว้ว่าแป๊กตาม Unity แน่นอน กระทั่งได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง ทำให้ผมรู้สึกพลาดอย่างมหันต์เพราะจากที่ได้ตั้งแง่ว่ามันไม่น่าจะรอดมานานกลายเป็นว่า ‘ดีเกินที่คาด’ ว่าแต่มันดียังไงทำไมถึงเปลี่ยนจากคนที่ไม่สนใจ Assassin’s Creed มาตั้งแต่ภาคสามให้มาสนใจได้ มาดูกัน แต่ก่อนจะไปดูผมบ่นขอขอบคุณทาง Ubisoft Taiwan ที่ให้การสนับสนุนคีย์ Uplay สำหรับรีวิว Assassin’s Creed Syndicate ด้วยครับ …รีวิวนี้ไม่ได้ถูกซื้อโดย Ubisoft แน่นอน ผมได้เล่นและทั้งติทั้งชมไปตามความรู้สึกครับ

Capture.JPG

ตอนจบที่อาจมิได้ทิ้งปมให้ค้างคา แต่กลับทำให้ผิดหวังอารมณ์แบบ ‘ห๊ะ จบแล้วเรอะ อะไรวะ”
Assassin’s Creed Syndicate เป็นภาคแรกที่มิได้พัฒนาโดยทีม Ubisoft Montreal หากแต่พัฒนาโดย Ubisoft Quebac (แก้ไข ก่อนหน้านี้ทีม Sofia เป็นทีมหลักได้พัฒนาภาค Rogue ด้วยครับ)เป็นทีมพัฒนาหลักซึ่งเคยพัฒนา Assassin’s Creed 3: Tyranny of King Washington มาก่อน และจัดจำหน่ายโดยใครไปไม่ได้นอกจากUbisoft เนื้อเรื่องจะพาเราไปยังยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม Industrial Revolution ของประเทศอังกฤษ พบกับ Jacobและ Evie Frye สองพี่น้องฝาแฝดนักฆ่าประจำประเทศอังกฤษที่ลาจาก Crawford บ้านเกิดของตนเองสู่ภารกิจตามหา Piece of Eden และไล่ฆ่า Templar ในเมืองสุดตระกานตา แต่ครอบครองโดย Templar
เนื้อเรื่องโดยรวมถือว่าสอบผ่าน ส่วนสำคัญที่ทำให้เนื้อเรื่องในเกมนี้ดีก็คือตัวละครที่น่าสนใจ ทั้ง Jacob และ Evie ก็มีนิสัยแตกต่างกันไป แต่สิ่งนึงที่ไม่ทำให้ทั้งสองเป็นหุ่นยนต์ติดมีดวิ่งไปมารอบเมืองคือเคมีของทั้งสองที่มีต่อตัวละครต่างๆในเกมซึ่งดูมีเสน่ห์น่าค้นหามาก และวายร้ายในเกมที่ผมไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้มาตั้งแต่ Assassin’s Creed 2 อาทิ Maxwell Roth เพราะพี่แกคือ Joker ดีๆนี่เอง และ Crawford Starrick ตัวร้ายที่ทำได้ยอดเยี่ยมมากๆ เป็นตัวร้ายที่ร้ายจริงๆ แต่ร้ายอย่างมีเหตุผล แถมยังเป็นวายร้ายคนแรกที่ค่อนข้างจะอธิบายได้อย่างดีเลยล่ะว่าทำไมเขาถึงเลือกที่จะเป็น Templar เป้าหมายของเขาไม่ดูไร้เหตุผลหรือแสวงหาแต่พลัง แถมเวลาจะทำอะไรยังดูชัดเจนกว่าวายร้าย Templar ทุกคนที่เราเคยเผชิญมา ไม่ได้ดูเวอร์แนวบ้าบอแบบ Borgia ส่วนการเล่าเรื่องรวมๆก็ทำได้โอเคดีไม่ทำให้ยิดเยื้อในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ทำให้สั้นเกินไป กระนั้นก็ยังมีข้อเสียตั้งแต่ตอนเริ่มที่อยู่ๆก็แนะนำสองคนนี้เลยไม่มีการปูอะไรทั้งนั้นแถมสองภารกิจแรกยังน่าเบื่อเอาเรื่อง กับตอนจบที่อาจมิได้ทิ้งปมให้ค้างคา แต่กลับทำให้ผิดหวังอารมณ์แบบ ‘ห๊ะ จบแล้วเรอะ อะไรวะ”มากกว่า ส่วนเนื้อเรื่องฝั่งปัจจุบันก็ไม่ได้ดีขึ้นไปกว่า Unity เยอะเท่าไหร่ ยังดีที่มี Cutscene ต่างกับ Unity ที่มีแต่ Bishop บ่นให้ฟัง ถึงกระนั้นก็ยังถือว่าสอบตกอยู่ดีด้วยความยาวรวมๆแค่ 10 นาที …เกือบลืมไป ภาคนี้มีมุขตลกค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว พาลนึกถึง Black Flag ภารกิจจิ๊กตังค์ Templar ทันที


Gameplay ภาคนี้มีการปฏิวัติจากภาคก่อนไปพอสมควร ลืมไปได้แล้วกับตัวละครแบกดาบวิ่งไปมากระซวกคอคนเล่นทั่วเมือง ยินดีต้อนรับสู่ยุควิคตอเรียน ยุคที่ผู้คนรู้จักมีการซ่อนอาวุธกันแล้ว ทำให้อาวุธในเกมหายไปเยอะเหลือไม่กี่อย่าง สนับมือ ไม้เท้าซ่อนดาบ ปืนลูกโม่พก และมีดหมอ ทำให้ตัวเกมดูจำกัดไปหน่อย ระบบการต่อสู้ภาคนี้เลือกที่จะยืมระบบต่อสู้ผสมผสานระหว่าง Sleeping Dogs กับสไตล์ Assassin’s Creed เข้าด้วยกัน ก่อให้เกิดระบบการต่อสู้ที่แม้ภายนอกจะดูง้องแง้งแปลกๆ แต่อันที่จริงจัดว่าสนุกเอาเรื่องเลยทีเดียว ต่อยรัวๆยังกะหมัดจีน เข้าถึงง่ายอีกต่างหาก ที่น่าติเตียนคือระบบ Stealth ที่ดูไม่น่าสนุกเท่าเกมก่อนๆ แม้แต่ Unity ยังให้ความสำคัญกับ Stealth เยอะกว่า ภาคนี้มีหลายจุดเลยทีเดียวที่ดูไม่เอื้ออำนวยให้ Stealth อาทิระบบเลเวล ทำให้บางครั้งก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเป็น Assassin แต่เหมือนเป็นกุ๊ยข้างถนนซะมากกว่า
ระบบ Level เพิ่มคุณค่าให้ Side Mission แต่ก็ทำลายระบบ Stealth ไปแทบจะสมบูรณ์
พูดถึงระบบเลเวล ภาคนี้ได้เลือกที่จะใช้ระบบ Level แทนที่ระบบ Rank ในภาค Unity ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทุกโซนในเมือง London จะมีศัตรูต่างเลเวลแยกกันชัดเจน ผู้เล่นจะต้องทำทั้งภารกิจหลัก ภารกิจเสริม และภารกิจสุ่มทั่วไปเพื่อหาค่าประสบการณ์และเงิน บางทีจะมีปลดล็อคไอเทมหรือแปลนอาวุธพิเศษด้วย ซึ่งข้อดีก็คือเพิ่มความสำคัญให้กับ Side Mission มากขึ้น กระนั้นมันก็ทำลายระบบ Stealth โดยสมบูรณ์เพราะเราไม่สามารถ Stealth ในพื้นที่ Levelสูงได้ โอเคว่าจะมี Level ก็เป็นเรื่องที่ดีเพิ่มคุณค่าให้กับคนที่ไม่เคยสนใจ Side Mission ให้สนใจมากขึ้น แต่นักฆ่าคนก่อนๆ แม้แต่ Arno กับอุปกรณ์ระดับต่ำสุดไม่เห็นมีเลเวลจำกัดตัวเองเลยก็ไล่ฆ่าทหารทุกรูปแบบที่ไหนก็ได้ถ้าเขา Stealth นี่สิ ส่วน Side Mission ภาคนี้ทำมาเป็น Borough เขตใหญ่ๆที่ถูกยึดครองโดย Templar และรอให้เราไปยึดคืนผ่านภารกิจที่รวมๆ มีแค่สี่อย่างคือ Templar Hunt ล่าเทมพลาร์, Bounty Hunter ล่าค่าหัว, Child Liberation ช่วยเหลือเด็กๆ และ Gang Stronghold ฐานของเหล่าแก๊ง เมื่อเคลียร์หมดแล้วเราก็จะได้เผชิญหน้ากับหัวหน้าประจำเขตนั้นๆ และเราต้องสู้เพื่อแย่งเขตที่ว่านี้มาให้ได้ อารมณ์จะเหมือนบุกเรือโจรสลัดใน Black Flag ผสมกับไล่ระเบิดหอ Borgia ใน Brotherhood เลยทีเดียว


ระบบอัพเกรดในเกมนี้ยังมีความน่าสนใจ ในภาคนี้นอกจากจะมี Level ให้เราได้อัพเพื่อนำ Point ที่ได้มาอัพ Skill อีกทีแล้ว เรายังต้องหาเงินและทรัพยากรจากหีบสมบัติต่างๆ และภารกิจสุ่มด้วย เพิ่มความสำคัญให้กับภารกิจปล้นทั่วไปและการล่าหีบสมบัติมากๆ แต่ก็ชวนหงุดหงิดได้เหมือนกันตรงที่หากไม่ทำสิ่งเหล่านี้เราจะแทบสู้กับศัตรูในช่วงหลังๆไม่ได้เลยทีเดียว ใครที่เป็นพวกเน้นเนื้อเรื่องมาเล่น Syndicate อาจจะผิดหวังในจุดนี้ได้ ทั้งนี้เมื่อได้มาแล้วนอกจากจะเอาไป Craft อาวุธเพิ่มเพราะเราไม่สามารถซื้ออาวุธได้อีกแล้ว เรายังสามารถนำทรัพยากรเหล่านี้ไปพัฒนาแก๊ง The Rooks ได้ด้วย แต่ด้วยที่ว่าตัวเกมสนับสนุนแนวลอบเร้นกว่า (แม้อีกระบบนึงจะไม่เอื้ออำนวยก็เถอะ) ทำให้ตัวแก๊ง The Rooks นั้นไม่จำเป็นเลย แต่กลายเป็นว่า Upgrade จำพวกลดราคาข้าวของมีประโยชน์มากกว่าเสียอีก เสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย
ในส่วนของการปืนป่ายก็ดูไม่ลื่นไหลเมื่อเทียบกับ Unity ที่แม้ตัวเกมจะไม่ค่อยดีสมกับที่คาดหวัง แต่ต้องยอมรับแหละว่า Unity สามารถทำอนิเมชั่นได้ลื่นไหลกว่ามากมายนัก อาจเป็นเพราะว่าการมาของ Grappling Hook นั่นแหละ ซึ่งตอนแรกผมก็สงสัยนะว่าการมาของ Grappling Hook นั้นจะทำให้เกิดอะไรขึ้น ระบบปืนป่ายจะถูกลดความสำคัญลงใช่ไหม ผิดคาดครับ กลายเป็นว่า Grappling Hook คือหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดที่เพิ่มเข้ามาใน Syndicate ผมพบว่าตนเองรัก Grappling Hook มากกว่าที่ผมคิดเสียอีก มันให้ความรู้สึกสนุกที่ได้โหนไปมาด้วยเจ้านี่ในแบบที่ไม่เคยสัมผัสกับเกมไหนๆมาก่อนเลย แม้แต่ Batman ใครที่สงสัยว่ามันจะทำลายระบบปีนป่ายไหมหายห่วงได้เลย
เพลงในเกมก็ทำมาได้ดี ฝีมือจาก Austin Wintory ที่ทำเพลงธีมของเกมได้เยี่ยมมากๆ ไวโอลินนี่มาเต็มๆหูเลย ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเพลงประกอบฉากใน Assassin’s Creed นั้นเพราะสุดยอดทุกภาค และภาคนี้ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังเลยแม้แต่นิดเดียว เข้ากับธีมยุควิคตอเรียนเลยทีเดียว


มาที่ฝั่งกราฟิคและ Optimization กันบ้าง กราฟิคในเกมนี้ยังคงจัดว่าทำได้ดี แต่เมื่อผมนำมันไปเทียบกับ Unity ทำไมผมกลับรู้สึกว่ามันดรอปลงอย่างไรไม่รู้ บางทีอาจเป็นเพราะแสงใน Unity ที่จัดวางได้ดีกว่ามาก ในขณะที่ Syndicate นี่เหมือนวิ่งไปที่เดิมหลายๆรอบ การดีไซน์เมืองก็ดูดีแค่ช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นเราก็จะรู้สึกได้ถึงความซ้ำซากมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างบอกไม่ถูก ที่สำคัญวิวไม่สวยเท่า Unity ด้วย คิดว่าน่าจะเป็นการจัดแสงและโทนภาพเกมอีกนั่นแหละนะ แถมพูดกันตรงๆมีการตัดฟีเจอร์ด้านกราฟิคบางอย่างออกไปในภาคใหม่ถ้าเทียบกับ Unity ครับ ส่วนด้าน Optimization อันนี้ต้องปรบมือให้กับ Ubisoft Kiev ที่สามารถแก้หน้าให้กับตัวเองและ Assassin’s Creed Unity ได้สำเร็จ หลังรับหน้าที่ Portเกมมาหลายปีและค่อนข้างมีปัญหาบ่อยๆ มาในภาคนี้จัดว่าทำได้ดีมาก เราใช้ GTX 750Ti EXOC เป็นตัวทดสอบตั้งค่าในระดับ Mid-High ขนาดจอ 1600×900 พบว่าสามารถเล่นได้ในระดับ 40-50FPS อย่างไม่มีปัญหาเลยทีเดียว ใครมีคอมแย่ลงหน่อยก็สามารถเล่นเกมนี้ได้สบายๆครับ ปัญหาที่เหลือก็เห็นจะเป็นบัคภารกิจที่โผล่มาบ่อยเหมือนกัน บางภารกิจก็เล่นCutscene ก่อนถึงเป้าหมายทำให้เกมพังโหลดเซฟใหม่ยาวๆ แถมวิธีแก้ก็สุดทรีนมาก “ไปให้ถึงก่อนสิ” แหม่ Challenge ใหม่เหรอ Ubisoft ไปถึงจุดหมายก่อนไม่งั้นเกมพัง อีกปัญหาก็ผ้าในเกมที่เรนเดอร์ที่ 30FPS ทำให้คนที่เล่นแล้วได้ FPS สูงกว่า 30FPS จะเห็นผ้ากระตุกๆรำคาญตามาก ยิ่งใครเป็น Motion Sickness เมารถเมาเรืออาจจะเล่นไม่ได้เลยทีเดียว และที่ผมเจอและหงุดหงิดมากที่สุดคือบัค Crash ทุกครั้งที่ผมจบ Sequence หรือเคลียร์พื้นที่ใหม่ๆได้ครับ…
สรุป
จุดเด่น
  • เกมเพลย์ต่อสู้สุดมันส์ที่จะทำให้คุณติดหนึบหนับ
  • กราฟิคอาจจะสวยน้อยกว่า Unity แต่ถือว่ายังอยู่ในมาตรฐาน Next-Gen
  • เนื้อเรื่องใช้ได้เลยทีเดียว
  • ดีไซน์ตัวละครนักฆ่าดูเป็นงานกว่าภาคเก่าๆเยอะ
  • ตัวละครน่าสนใจทุกตัว โดยเฉพาะวายร้ายที่ตีบทแตก
  • ระบบเลเวลที่ทำให้ตัวเกมไม่ดูง่ายเกินเหตุและยากเกินไป
  • Grappling Hook โหนไปมาสนุกกว่าที่คาดไว้มาก ถึงกระนั้นระบบปีนป่ายก็ยังคงทำได้โอเค
  • เพลงในเกมที่ยังเพราะเช่นเคย
  • Optimize ไม่เลวเลย
  • มีส่วนลับในเกมที่พาเราไปยังยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วย ซึ่งเมืองสวยมากๆ
  • มี DLC ฟรี! (นี่ Ubisoft เชียวนะครับ ค่ายที่ขึ้นชื่อว่าอะไรก็ขายเป็นเงินได้)
จุดด้อย
  • บัคจุกจิกกระจาย แถมยังมี Game-Breaking Bug ห้อยสอยมาด้วย
  • ตอนเริ่ม 2 Sequence แรกที่ไม่น่าสนใจ และตอนจบที่ตัดอารมณ์สุดๆ แถมไม่มีการแนะนำปูมหลังตัวละคร
  • เนื้อเรื่องโดยรวมก็ยังสั้นอยู่ดี
  • เนื้อเรื่องยุคปัจจุบันไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิมนัก
  • ระบบ Level ทำลายระบบ Stealth ไปแทบจะสมบูรณ์
  • อาวุธประชิดมีให้เลือกน้อยไป
  • อนิเมชั่นการปีนป่ายดู Downgrade ลงเทียบกับ Unity
  • ภารกิจเสริมดูน้อยและซ้ำซากไปหน่อย
  • ระบบแก๊งแทบไม่มีความสำคัญถ้าเป็นสายชอบทำ Optional Objectives เนื่องจาก Optional Objective
  • ออกแบบเมืองได้ไม่ค่อยน่าสนใจนักเทียบกับภาคก่อนๆ เล่นแปปๆมีสิทธิ์เบื่อ
JRP Verdict : 8/10

อาจมิได้ดีเด่นหรือทำโลกาสะเทือนแบบ Assassin’s Creed 2 แต่ก็จัดว่าสนุกมากและยืนเคียงข้างรุ่นพี่ Black Flag ได้สบายๆ สามารถจัดมาได้ในราคา 1790 บาทที่ Steam เป็นแฟนAssassin’s Creed แต่ไม่ได้สน Stealth และชอบ Black Flag มากเหรอ? จัดมาเลยเต็มราคาไม่มีเสียใจ!
บทความรีวิว Assassin’s Creed Syndicate ทางเราได้รับ Uplay CD-KEY เพื่อนำมาเล่นและรีวิวจากทาง Ubisoft ไต้หวัน โดยตรง ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้
Assassin’s Creed Syndicate was reviewed using Uplay CD-KEY provided by Ubisoft Taiwan. Thank you and Best regards.


………..


Evie <3


นี่มันคืออะไร!?!



ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต


ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้